Heart failure from serious [Psychophysiological]

posted on 23 Apr 2006 12:56 by webmasterz in Article
ก่อนอื่น โปรดอ่านข่าวนี้นะครับ แล้วพิจารณา
ครู รร.ศรีอยุธยาโรคหัวใจกำเริบดับคาโต๊ะทำงาน
[ 20:42 น. ]

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ร.ต.ท.บุญญฤทธิ์ เสียงใส ร้อยเวร สน.พญาไท รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องศูนย์คอมพิวเตอร์ ชั้น 3 อาคาร 4 โรงเรียนศรีอยุธยา ถ.ศรีอยุธยา แขวงและเขตพญาไท จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งรุดไปตรวจสอบพบศพนายนาวิก ไชยประดิษฐ์กุล อายุ 51 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ นอนตะแคงเสียชีวิตบนพื้นห้องใกล้กับโต๊ะวางคอมพิวเตอร์ มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก

นายธนชัย นิลพันธ์ อายุ 26 ปี ครูสอนคอมพิวเตอร์ผู้พบศพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ยังเห็นนายนาวิกมาทำงานตามปกติ แต่หลังจากเลิกงานแล้วตนกลับไปก่อน ต่อมาวันนี้ (22 เม.ย.) ได้เข้ามาทำงานที่ห้องทำงานตน ซึ่งอยู่ข้างห้องศูนย์ก็ไม่เห็นนายนาวิกอยู่ หลังจากนั้นก็กำลังจะกลับบ้าน ได้ยินเสียงเพลงออกจากห้องศูนย์คอมพิวเตอร์ จึงเดินทางไปดูก็พบว่าที่ห้องเปิดไฟทิ้งไว้แต่ไม่มีใครอยู่ จึงเลื่อนประตูเข้าไปก็เห็นนายนาวิกนอนหน้าเขียวอยู่บนพื้นห้อง จึงรีบลงไปตามคนมาช่วย

ต่อมา นางอมรา ก่อวัฒนกุล อายุ 52 ปี พร้อมลูกชายและญาติ เดินทางมายังที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพนายนาวิกต่างก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยน.ส.อมรา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมาสามีก็ยังมาทำงานตามปกติแต่หลังจากเลิกงานแล้วพยายามติดต่อด้วยความเป็นห่วงเพราะทราบว่าช่วงนี้สามีตนทำงานหนัก ประกอบกับสามีมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จึงติดต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่โรงเรียนให้ช่วยดูแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนอีกครั้งว่าสามีเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากความเครียดจากการทำงานหนักเนื่องจากทราบว่าช่วงนี้ผู้ตายกำลังวางระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ให้กับทางโรงเรียน ประกอบกับเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เมื่ออาการกำเริบ จึงทำให้หมดสติล้มลงหน้าพาดกับพื้น อย่างไรก็ตามได้นำศพส่งนิติเวช โรงพยาบาลรามาชันสูตรอีกครั้ง

ข่าวนี้ เป็นข่าวที่น่าเศร้าใจครับ เพราะเราเสียบุคลากรไปอีกราย

แม้เราอาจจะไม่รู้จัก ไม่สนิทมาก แต่เขาก็มีความสำคัญคนนึง

คงได้แต่บอกว่าเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียเสาหลักก่อนวัยอันควร

แต่เหตุการณ์นี้ คงเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกๆคนได้ว่า

อย่าพยายามเครียดกับการงานมากเกินไป

เนื่องจากคำกล่าว WHO ที่ว่า "จิตที่ดี ย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง"

แต่เมื่อเราเครียด ร่างกายย่อมไม่แข็งแรง เช่น ไม่มีแรง

ศัพท์ทางสุขภาพจิต เราเรียกกันว่า Psychophysiological

พอมีความเครียด และ วิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งสารออกมาผิดปกติ

ทำให้ร่างกายผิดปกติ ยิ่งมีโรคประจำตัว พวก หัวใจ มะเร็งด้วยแล้ว

อย่างที่หมอบอกว่า อยากหาย หรือ ไม่อยากให้กำเริบ ก็อย่ากังวล

เพราะหลัก Psychophysiological นี่แหละ และอย่างที่บอกไป

เมื่อร่างกายหลั่งสารผิดปกติ มีผลต่อแบบนี่แน่นอน

ดังนั้น หันมาดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตกันเสียบ้าง

หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ยอมรับ อย่าเครียดและกังวลมากเกินไป ระบายอารมณ์บ้าง

แม้คนเรา จะมีสิทธิ์เก็บกด แต่เก็บกดมากก็ไม่ดี

ถ้าทำได้ คุณจะมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

เพราะทั้งสองอย่าง ปัจจุบันเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว

ทั้งความเครียด และ โรคทางกายต่างๆ ที่รุมเร้า

หันมาดูแลสุขภาพของคุณบ้างเถอะ ให้รางวัลกับชีวิต

อุทาหรณ์ของเหตุการณ์นี้คงมีแค่นี้ แต่สอนใจได้อีกหลายอย่าง

และ หวังว่า ในอนาคตคนไทยจะมีทั้งสุขภาพกายและจิตที่ดี

ไม่ต้องสูญเสียใครก่อนวัยอันควรไปอีก

อฑฺฒา เจว ทฬิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุ ปรายนา

ทั้งคนมีคนจน ล้วนมีแต่ความตายเป็นเบื้องหน้า

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุนนะคะที่ไปเม้นให้
แล้วก้อเสียใจด้วย

#5 By AnAn~AtsuNe_FuYuMi~* on 2006-05-02 13:54

คือเราว่า นี่เปลี่ยนรูปแล้วเหรอ ดูยังไงก็ สยองเหมือนเดิม ชัวร์ๆๆ

#4 By Closed on 2006-05-02 00:26

อ่ะ ครายอะแก...

แต่ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยมากๆ เลยนะค่ะ

อ่านแล้วแอบอึ้งปนเหว๋อเลบบ
อ่ะ ขอแสดงความเสียใจด้วยน่ะครับ

#2 By Tong on 2006-04-25 12:49

อา ความเครียดทำได้ถึงขนาดนี้เรยหรอเนี่ย

ต่อไปจะเปงยังไงน้า

ยังไงก้อต้องทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส

แร้วก้อ....ยิ้มไว้เจ้าค่ะ

#1 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2006-04-23 17:30