Singapore Offair [สิงคโปร์ออฟแอร์] ตอนที่ 2 [Science Centre & Snow city & China Town] [26-9-49]
posted on 03 Oct 2006 15:41 by webmasterz in Singapore-Offairถ้าเปิดมาพบหน้านี้ ขอเชิญอ่าน ตอนที่ 1 ก่อนครับ
เพื่อความสนุกสนาน และ ความต่อเนื่องคร้าบ
...............................................................
เมื่อวานหลังจากมึนกับภาพกันไปแล้ว วันนี้ก็ขอเปลี่ยนวิธีใหม่
มาเน้นเนื้อหากันบ้างเพราะเริ่มเที่ยวแล้ว เริ่มเลยดีกว่าเนาะ
............................................................
มาชิวๆกันต่อเลยละกันน้อ
วันนี้เราตื่นมากันตอน 6 โมงกว่าๆ ด้วยบริการปลุกของเพื่อนๆ ที่สุดแสนจะน่ารัก ทั้งโทร ทั้งมาเคาะประตูหน้าห้อง ทำเอาหลอนไปตามๆกัน โดยเฉพาะฝ่ายชายที่นอนดึกแล้วตื่นเช้า

หลังเราอาบน้ำกันเสร็จแล้ว เราก็มาบริโภคข้าวเช้ากัน ซึ่งข้าวเช้าวันนี้เป็นอาหารทั่วๆไป ฝีมือของเหล่าสตาฟนั่นเอง ซึ่งตั้งใจทำเป็นพิเศษเลยทีเดียว จนท้องเสีย (ซะที่ไหน) ก่อนเราจะไปเรียนกันต่อ โดยนั่งรถบัสไป
แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่เอิงกับแพร มีปัญหาด้านสุขภาพขึ้นมา ทำให้ต้องไปโรงพยาบาล

วันนี้เมื่อถึงตึก Penisula Plaza แล้ว เราได้เจอคนไทยด้วย โดยการเรียนวันนี้เรียนเรื่องจักรวาลและอวกาศ ก่อนเราจะนั่งรถบัสไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ซึ่งสภาพถนนในสิงคโปร์นั้นสะอาด รถไม่ติด ไม่ค่อยมีมลพิษนัก

เมื่อถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว เราได้พบกับเด็กนักเรียนชั้นประถมของสิงคโปร์ (Primary) ชุดนักเรียนเป็นอย่างที่ท่านเห็นแหละคร้าบ แต่ท่านๆ เชื่อมั้ยว่า เด็กสิงคโปร์ใส่กระโปรงนักเรียนสั้นกว่าเมืองไทยเยอะ - -

หลังจากถ่ายภาพนักเรียนสิงคโปร์แล้ว ก็มาถ่ายภาพนักเรียนไทยและอาจารย์กันบ้าง ภาพนี้ถ่ายที่หน้าพิพิธภัณฑ์นี่แล ไม่ต้องไปไกลเลย

ป้ายหน้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งบอกถึงภารกิจว่า เพื่อนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ และ ความสนุกสนานกับประสบการณ์ เพื่อพัฒนาบุคลากรของชาติต่อไป (อย่าเอาไปอ้างอิงน้อ เพราะ แปล เกือบมั่ว)

จากนั้นได้เวลาข้าวเที่ยงขอรับ ที่ Mcdonald ในพิพิธภัณฑ์นี่แหละ สังเกตว่าตัวโดนัล (ช่ายป่ะ) จะโบกมือ แต่ของเมืองไทยจะไหว้ครับ

บรรยากาศภายในร้านนั้น ก็คล้ายๆกับเมืองไทยนี่แหละ แต่ที่ไม่คล้ายก็คือ ราคาอาหาร ซึ่งแพงกว่าเมืองไทยหลายเท่าตัวนัก
แค่ไอติมโคนละ 9 บาท ที่นั่นยังขาย 25 บาทเล้ย (1 เหรียญ)

มาดูอาคารของ Mcdonald กัน มีเขาสูงมาก ไม่รู้มีไว้ทำไมเช่นกัน แต่ที่รู้ๆ มีเพื่อนบางคนเข้าใจผิด คิดว่าตรงนี้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์แหละ เลยถ่ายกันมาพอสมควรเลย

จากนั้น เราไป Snow City กันต่อ ถ้าเทียบกับดรีมเวิลด์แล้ว ดรีมเวิลด์ใหญ่กว่าอ่า แต่อย่างไรก็ตาม เขาให้เข้าเราก็เข้าอ่า (ไม่ค่อยๆ)

ของสิงคโปร์

ของเมืองไทย
ภายใน เล็กกว่าเมืองไทยเยอะ แต่เรื่องความหนาวนี่แหละ เหนือกว่าเมืองไทย แถมต้องเข้าไปรอบละ 1 ชั่วโมง แทบบรรลัยล่ะขอรับ ดูภาพละกัน

ตรงที่ลื่นลงมา ก็บอกตรงๆเช่นกันว่า มันไม่ดิ่งเท่าเมืองไทย แต่ก็สนุกพอสมควรเช่นกัน ดูสภาพหน้าตาของคนเล่น อินกันได้ที่ทีเดียว

พอเล่นกันหอมปากหอมคอแล้ว เราก็มาถ่ายภาพกันต่อ ตรงนี้มีตุ๊กตาหิมะตัวสูงประมาณ 3 เมตรอยู่ น่ารักทีเดียว

ของสิงคโปร์

ของเมืองไทย
จริงๆ มีกระท่อมอิกลูด้วยแหละ น่ารักเลยทีเดียว แต่เข้าไปยากพอสมควร อันนี้มีภาพเปรียบเทียบครับ เชิญชม

และอีกภาพ สำหรับภาพเรือประจำมหาสมุทรอาร์กติก

หลังจากออกมา เราก็ได้เพลิดเพลินกับการเช็คเลนส์แว่นตาและเลนส์กล้อง ก่อนผมจะถ่ายภาพ Close Up ของเพื่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพที่กระผมภูมิใจทีเดียว

แต่พูดไปพูดมา บอกเมื่อวานไปแล้วว่า ไปเที่ยวครั้งนี้มีแต่คนเอากล้องไป เพราะฉะนั้น เมื่อถ่ายภาพแล้ว มักจะมีสารถึถือกล้องเสมอ เหมือนในภาพ ที่ซีเป็นสารถีถือกล้องและถ่ายภาพ

จากนั้น เราก็ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์กันต่อ จริงๆ เข้าก่อนไป Snow City แล้วรอบนึง แต่เพื่อให้เสนอง่ายๆ ผมจะเสนอรอบเดียวเลยละกันนะครับ


ข้างนอก มีเครื่องเล่นทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน เช่น เครื่องหมุน (หรือเปล่า) และ เครื่องเสียงตามสาย (มันเรียกว่าอะไรล่ะนั่น -*-)

ต่อจากนั้นเราได้เข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ มาสะดุดตาไอ้ตรงนี้นี่แหละ ภาพนี้ ทำให้พวกผมงงก่อนไปสิงคโปร์ แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงแล้ว มันคือ กระจก !!! ครับ

จริงๆ ข้างในมีนิทรรศการเยอะแยะไปหมด แต่ไม่รู้จะถ่ายอะไรดี เลยถ่ายพอเป็นพิธี คือ ถ่ายระบบนิเวศแบบในภาพนี่แหละ

ก่อนจะออกจากพิพิธภัณฑ์ เราได้มาถ่ายภาพร่วมกัน
โดยที่หลังออกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว แอมเขาขาแว่นหลุด พี่สตาฟจึงนำพวกเราไปยังตลาด เพื่อหาร้านซ่อมแว่นอย่างเร่งด่วน ซึ่งซ่อมฟรีครับ (ใจดีมาก)

กวงคุง & นาริคุง @ ตลาด ขอรับ

จากนั้น เราเดินไปขึ้น MRT กันต่อ ซึ่งถนนนั้นก็เงียบสงบพอควรเลย

สำหรับตู้ออกบัตรโดยสารของเขานั้น แตกต่างจากไทยนิดหน่อย เนื่องจากของเขา รถไฟฟ้ามีหลายสายมาก นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังต้องมัดจำ 1 ดอลลาร์ เพื่อประกันบัตรอีกด้วย แต่เงินนี้สามารถแลกคืนได้เมื่อสิ้นสุดกรเดินทาง
แต่ของเราใช้ EZ-link ครับ แหะๆ

สำหรับระบบบัตรนั้น ก็เหมือนรถไฟฟ้าใต้ดินเมืองไทย คือ แตะบัตรทั้งเข้าและออก (ของเขาไม่มีเหรียญน้อ)


สถานีของเขามี 2 แบบคือบนดินและใต้ดิน โดยรถไฟฟ้านั้นจะเดินทางทั้งบนดินและใต้ดิน คล้ายๆกับโครงการรถไฟฟ้าของไทยในอนาคต

กระทั่งเราถึง China Town เราได้ Shopping ในห้างสรรพสินค้า ก่อนจะนั่งพักเพื่อรถเพื่อนและเตรียมตัวไปยังจุดทานอาหาร

บรรยากาศของ China Town ที่สิงคโปร์ คล้ายๆ กับเยาวราช แต่ในสิงคโปร์นั้น ย่าน China Town เขาจะไม่ให้รถผ่านครับ

โดยที่กับข้าววันนี้ ตามอิสระ ตามใจชอบขอรับ โดยที่มีร้านบะหมี่คนไทยมาเปิดที่สิงคโปร์ด้วย แต่ไม่ได้ถ่ายภาพมาแต่อย่างใด

ต่อจากนั้น ก็เป็นเวลาอิสระในการเลือกซื้อสินค้าครับ โดยที่มีของนานาชนิดให้เลือกซื้อกัน ในราคาที่เหมาะสมที่สุดแล้วครับ (แต่ก็ยังแพง)

จากนั้น เราก็มานั่งรอขึ้นรถ โดยที่ระหว่างเรารออยู่นั้น มีคนสิงคโปร์คนหนึ่งมาถามเรา เมื่อเราตอบว่าเป็นคนไทย พี่แกก็บอกว่า "ทักษิณดีนะ" และเขาเชื่อว่าสมัยหน้าทักษิณต้องเป็นนายกอีก
ทั้งๆ ที่เราไม่อยากจะบอกความจริงไปว่า ตอนนี้ทักษิณในเมืองไทยแทบไม่มีใครชอบเลย บัดนี้ เมืองไทยกำลังปรับปรุงทางการเมืองอยู่
กระทั่งเราขึ้นรถกลับ ถึงที่พักก็เกือบๆ 4 ทุ่ม

หลังกลับถึงที่พัก คืนนี้เป็นวันเกิดเจ๊นาริขอรับ อายุครบ 15 ปีแล้ว ซึ่งเราก็มีการฉลองกันพอสมควรครับ ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอนในเวลาต่อมา
..........................................................................
และนี่คือเรื่องราวของวันพรุ่งนี้ ที่เรานำมาเสนอล่วงหน้า

Plaza Singapura และเหตุผลของ Ez-Link

Pizza Hut และเหตุผลที่ทำให้เจ้าของบล็อกไม่กล้ากิน Pizza ไปอีกนาน

บรรยากาศแห่งความมืดใน Night Safari

เหตุผลที่ทำให้เจ้าของบล็อกจิตตกเป็นรอบที่ 3

การแสดงน่ารักๆ ของสัตว์โลกน่ารู้
..........................................................................
รอท่านอยู่แน่นอนพรุ่งนี้
ที่ ซีรี่ส์ สิงคโปร์ออฟแอร์ ที่เดียวเท่านั้น !!!



ดีแล้วๆ..มีคนเกบภาพมาฝาก..
ดูไปก้อฮา..ว่าแต่เพื่อนตูเปนสารถีถือกล้องตั้งแต่เมื่อใด!?
บอกได้เลย..พี่จอยอ้วนขึน!! เอิ้ก
อาหารการกินสมบูรณ์เกินไปรึเค๊อะพี่ขา~!
อัพเมื่อไหร่ส่งมาอีกแล้วกัน จะรอดูน้อ!
#1 By เจ้แคนจ้า~! (125.25.151.97) on 2006-10-03 15:55