ยินดีต้อนรับสู่บทความ วันเสาร์ เยาวชนสร้างสรรค์นะครับ

วันนี้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักจิตวิทยากับศาสนา

ไม่น่าเบื่อหรอกครับ อ่านเลยๆ

....................................................................

จิตใจนั้น มันเข้าถึงยากยิ่งกว่าข้อมูล FBI อีก

เราไม่อาจจะไม่เดาใจกันได้ง่ายๆ

และจิตใจนั้นมีอยู่หลายลักษณะ แปรปรวนไปตามโอกาส

แต่สิ่งที่สำคัญนั้น คือการปรับปรุงและพัฒนาจิตใจให้ดีเสมอ

....................................................................

และหลักการพัฒนาจิตใจนั้นมีหลายๆวิธีเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือศาสนา

ทุกๆศาสนา ไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม ย่อมมีวิธีฝึกใจต่างกันไป

ซึ่งหากจะกล่าวนั้น คงใช้เวลานานมากกว่าจะกล่าวจบ

ดังนั้นจะขอกล่าวแค่ ศาสนาพุทธละกัน เนื่องจากเป็นศาสนาประจำชาติ

ส่วนศาสนาอื่นนั้น ลองไปอ่านในหนังสือสังคมดูครับ จะมีหลักปฎิบัติตัว

เช่น ในศาสนาคริสต์ จะมีบัญญัติ 10 ประการ คัมภีร์ไบเบิล

หรือ ในศาสนาอิสลาม จะมีคัมภีร์อัลกุรอาน และพิธีอื่นๆมากมาย

....................................................................

ศาสนาพุทธนั้น มีวิธีฝึกในพระไตรปิฏก

โดยแต่ละวิธีนั้น มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว

และปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากเลยทีเดียว

มาดูอันที่น่าสนใจดีกว่าน้อ เพราะว่าถ้าจะเปิดดูมันนานมาก

....................................................................

มาดูเรื่องแรกก่อน "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"

หลายๆคนบอกว่า โห ปัจจุบันมันไม่เป็นแบบนี้ ทำชั่วได้ดีมีถมไป

อันนี้เรามาอ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์กันดีกว่า

หลักวิทยาศาสตร์นั้น ทำอะไรลงไป ผลกลับมาก็ได้อย่างนั้นน่ะครับ

ไม่งั้นจะมีสุภาษิตว่ากมฺมุนา วตฺตี โลโก เหรอครับ

และปัจจุบัน กฎแห่งกรรมก็มักมีปรากฎให้เราเห็นบ่อยๆ

จนเราอาจจะคาดไม่ถึงเลยด้วย

....................................................................

ต่อมาครับ เป็นเรื่องของการนั่งสมาธิ

หลายๆคนอาจจะงงว่า จะนั่งไปทำไม ดูมันไม่มีผลอะไรเลย

แต่จริงๆแล้ว หลักการหายใจเข้าออกลึกๆ ยาวๆ นั้น เป็นหลักการสากล

ใช้แก้ได้หลายๆกรณี เช่นในเวลาเครียด

โดยผลจะทำให้สมองสงบลง

และนอกจากนี้ สมองยังต้องการออกซิเจนถึงร้อยละ 20 ของร่างกาย

เพราะฉะนั้น การนั่งสมาธิบ่อยๆ จะทำให้สมองดีขึ้น ฉลาดขึ้น

เนื่องจากมีการส่งกระแสไฟฟ้าในสมองดีมากขึ้นนั่นเอง

และที่ว่า นั่งสมาธิบำบัดโรคนั้น นับว่าเป็นจริงทีเดียว เพราะสมองนั้น

เป็นส่วนที่สามารถควบคุมอาการของโรคบางโรคไว้ เช่น หัวใจ เบาหวาน

ดังนั้น การนั่งสมาธินอกจากจะได้บุญ ได้ ปัญญาแล้ว

ยังได้สุขภาพที่ดีมากขึ้นอีกด้วย

....................................................................

และเรื่องต่อมานั้น คือหลักธรรมทั่วไปของศาสนาครับ

ทุกหลักธรรม สามารถนำมาใช้ในชีวิตและในสังคมได้จริง

และปัจจุบัน ก็ได้มีการยอมรับมากขึ้น

หลายๆคนเริ่มที่จะมาสนใจเรียนพระพุทธศาสนามากขึ้น

เพราะพุทธศาสนิกชน ไม่ได้มีแต่เพียงหน้าที่ในการทำบุญ ทำทานเท่านั้น

แต่ยังมีหน้าที่ในการศึกษาศาสนา และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย

เช่น หลักธรรมพรหมวิหาร 4 ที่ใช้ดูแลคนในบ้านและคนร่วมงาน

หลักเบญจศีลเบญจธรรม ที่ทำให้สังคมนี้สงบสุข

และหลักกรรม ที่ช่วยทำให้คนมาทำในสิ่งที่เหมาะสมมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีหลักธรรมอื่นอีกมากมาย ที่เราควรจะเรียนรู้

....................................................................

ส่วนการสวดมนต์นั้น ก็ไม่ได้ทำเปล่าเช่นกัน

แต่ทำให้เราจิตนิ่ง และ มีสมาธิอีกกับคำสอนอีกด้วย

เช่นเดียวกันกับศาสนาคริสต์ ที่มีศีลมหาสนิททุกวันอาทิตย์

หรือ ศาสนาอิสลาม ที่มีการทำละหมาดวันละ 5 ครั้ง

ซึ่งก็เกี่ยวกับบทสวดมนต์ทั้งนั้น

และเมื่อสวดมนต์แล้ว ส่วนมากจะนั่งสมาธิต่อกันเลย

เพื่อทำให้จิตนิ่ง และมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

....................................................................

เห็นมั้ยล่ะครับ ทุกศาสนามีความต่างกัน แต่ จุดประสงค์โดยรวมคือ

การขัดเกลาจิตใจ ให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

เพราะฉะนั้น แม้คุณจะอยู่ในศาสนาอะไร ทุกศาสนาต้องการคนดี

เราจึงควรทำความดี เพื่อเป็นการประกาศการนับถือศาสนาของเรา

ส่วนบทความวันเสาร์เยาวชนสร้างสรรค์สัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไรนั้น

ต้องติดตามอีกเช่นเคยครับ

Comment

Comment:

Tweet

โปรดแนะนำวิธีรักษาโรคหัวใจด้วยการฝึกสมาธิ

#10 By นายถนัด เหมโส (125.25.168.126) on 2007-07-18 12:22

เหอๆ...ไม่รู้เรื่องอ่าจ้า

หรือว่าช้านมันเปนคนประเภทไหนเนี่ย...

#9 By merikana on 2006-11-01 16:45

อืม...สงสัยเพื่อนเราจะปลงกับคะแนนพระพุทธจัด -*- (อ่ะ ล้อเล่งน่อ)
.
.
อื้ม..ก็อย่างที่นายบอกแหละ...ต่างคำสอนกันก็จริง แต่เมนหลักก็อยู่ที่ ทำดี เว้นชั่ว ทำจิตให้ป่วนสุด...เอ้ย บริสุทธิ์ (มุขถ่อยๆน่ะ)

#8 By NARIzter on 2006-10-31 00:19

มาเม้นห้ยแย้วนะ ไดสวยเปลบ้าเยย วันหลังมาสอนมั่งนะ ธรรมะ โห กวงปลงแย้วหยอเนี่ย อ่านะ ปัยแย้ว
บะบาย
ร้ากเคน.....จุ๊บจุ๊บ

#7 By Nu"@mm&Mu"Ken (58.8.87.206) on 2006-10-30 19:34

Spirituality กับ Psychology

มันเป็นเรื่องเดียวกันครับ

#6 By Tong on 2006-10-30 14:13

อุ๊ย อ่านไม่ได้อ่ะเดว ร้อน 555+
ถูกแล้วทุกศาสนา ก็อยากให้ทุกคนเป็นคนที่ดี

#5 By .-: นายน็อต :-. on 2006-10-29 12:32

ไม่น่าเชื่อ
เอนทรี่นี้มีความรู้มากมายเลยนะจ๊ะ
แต่บางคนรู้ทั้งรู้ก็ยัง......อ่ะนะ กำจริงๆ

ขอบคุณมากมายนะคะสำหรับบทความนี้

#4 By P Pu on 2006-10-29 11:06

ได้ความรู้มากมายเลยค่ะ
มิน่าการนั่งสมาธิเค้าถึงบอกว่าจะทำให้เรียนหนังสือเก่งเพราะอย่างนี้นี่เอง รู้แล้วล่ะค่ะ
ปกติคนเรามักมองเห็นสิ่งที่มีประโยชน์เป็นเรื่องน่าเบื่อแต่แท้จริงแล้วไม่เลยสักนิดมันเป็นความจริงที่เราทุกคนควรรู้
ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะที่นำความรู้ดีๆมาฝาก

#3 By so:indy on 2006-10-28 17:17

พี่ยังคงเชื่อมั่นในผลของการทำกรรมดีย่อมได้ดีอยู่เหมือนกันค่ะ

เพราะอย่างน้อยที่สุดถึงแม้อาจจะไม่ได้ออกมาในรูปแบบของผลที่เห็นอย่างชัดเจน แต่จิตใจของเราเองก็เบิกบานและมีความสุขไปกับการทำความดีนั้นเรียบร้อยแล้ว

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ

#2 By Hongfha on 2006-10-28 16:10

วิทยาศาสตร์กับศาสนาบางทีก็คล้ายๆกัน

#1 By Dr.Key on 2006-10-28 15:32