Psychobuddhological - จิต กับ ศาสนา มันเกี่ยวกันนะ
posted on 28 Oct 2006 15:24 by webmasterz in Articleยินดีต้อนรับสู่บทความ วันเสาร์ เยาวชนสร้างสรรค์นะครับ
วันนี้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักจิตวิทยากับศาสนา
ไม่น่าเบื่อหรอกครับ อ่านเลยๆ
....................................................................
จิตใจนั้น มันเข้าถึงยากยิ่งกว่าข้อมูล FBI อีก
เราไม่อาจจะไม่เดาใจกันได้ง่ายๆ
และจิตใจนั้นมีอยู่หลายลักษณะ แปรปรวนไปตามโอกาส
แต่สิ่งที่สำคัญนั้น คือการปรับปรุงและพัฒนาจิตใจให้ดีเสมอ
....................................................................
และหลักการพัฒนาจิตใจนั้นมีหลายๆวิธีเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือศาสนา
ทุกๆศาสนา ไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม ย่อมมีวิธีฝึกใจต่างกันไป
ซึ่งหากจะกล่าวนั้น คงใช้เวลานานมากกว่าจะกล่าวจบ
ดังนั้นจะขอกล่าวแค่ ศาสนาพุทธละกัน เนื่องจากเป็นศาสนาประจำชาติ
ส่วนศาสนาอื่นนั้น ลองไปอ่านในหนังสือสังคมดูครับ จะมีหลักปฎิบัติตัว
เช่น ในศาสนาคริสต์ จะมีบัญญัติ 10 ประการ คัมภีร์ไบเบิล
หรือ ในศาสนาอิสลาม จะมีคัมภีร์อัลกุรอาน และพิธีอื่นๆมากมาย
....................................................................
ศาสนาพุทธนั้น มีวิธีฝึกในพระไตรปิฏก
โดยแต่ละวิธีนั้น มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว
และปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากเลยทีเดียว
มาดูอันที่น่าสนใจดีกว่าน้อ เพราะว่าถ้าจะเปิดดูมันนานมาก
....................................................................
มาดูเรื่องแรกก่อน "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"
หลายๆคนบอกว่า โห ปัจจุบันมันไม่เป็นแบบนี้ ทำชั่วได้ดีมีถมไป
อันนี้เรามาอ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์กันดีกว่า
หลักวิทยาศาสตร์นั้น ทำอะไรลงไป ผลกลับมาก็ได้อย่างนั้นน่ะครับ
ไม่งั้นจะมีสุภาษิตว่ากมฺมุนา วตฺตี โลโก เหรอครับ
และปัจจุบัน กฎแห่งกรรมก็มักมีปรากฎให้เราเห็นบ่อยๆ
จนเราอาจจะคาดไม่ถึงเลยด้วย
....................................................................
ต่อมาครับ เป็นเรื่องของการนั่งสมาธิ
หลายๆคนอาจจะงงว่า จะนั่งไปทำไม ดูมันไม่มีผลอะไรเลย
แต่จริงๆแล้ว หลักการหายใจเข้าออกลึกๆ ยาวๆ นั้น เป็นหลักการสากล
ใช้แก้ได้หลายๆกรณี เช่นในเวลาเครียด
โดยผลจะทำให้สมองสงบลง
และนอกจากนี้ สมองยังต้องการออกซิเจนถึงร้อยละ 20 ของร่างกาย
เพราะฉะนั้น การนั่งสมาธิบ่อยๆ จะทำให้สมองดีขึ้น ฉลาดขึ้น
เนื่องจากมีการส่งกระแสไฟฟ้าในสมองดีมากขึ้นนั่นเอง
และที่ว่า นั่งสมาธิบำบัดโรคนั้น นับว่าเป็นจริงทีเดียว เพราะสมองนั้น
เป็นส่วนที่สามารถควบคุมอาการของโรคบางโรคไว้ เช่น หัวใจ เบาหวาน
ดังนั้น การนั่งสมาธินอกจากจะได้บุญ ได้ ปัญญาแล้ว
ยังได้สุขภาพที่ดีมากขึ้นอีกด้วย
....................................................................
และเรื่องต่อมานั้น คือหลักธรรมทั่วไปของศาสนาครับ
ทุกหลักธรรม สามารถนำมาใช้ในชีวิตและในสังคมได้จริง
และปัจจุบัน ก็ได้มีการยอมรับมากขึ้น
หลายๆคนเริ่มที่จะมาสนใจเรียนพระพุทธศาสนามากขึ้น
เพราะพุทธศาสนิกชน ไม่ได้มีแต่เพียงหน้าที่ในการทำบุญ ทำทานเท่านั้น
แต่ยังมีหน้าที่ในการศึกษาศาสนา และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย
เช่น หลักธรรมพรหมวิหาร 4 ที่ใช้ดูแลคนในบ้านและคนร่วมงาน
หลักเบญจศีลเบญจธรรม ที่ทำให้สังคมนี้สงบสุข
และหลักกรรม ที่ช่วยทำให้คนมาทำในสิ่งที่เหมาะสมมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีหลักธรรมอื่นอีกมากมาย ที่เราควรจะเรียนรู้
....................................................................
ส่วนการสวดมนต์นั้น ก็ไม่ได้ทำเปล่าเช่นกัน
แต่ทำให้เราจิตนิ่ง และ มีสมาธิอีกกับคำสอนอีกด้วย
เช่นเดียวกันกับศาสนาคริสต์ ที่มีศีลมหาสนิททุกวันอาทิตย์
หรือ ศาสนาอิสลาม ที่มีการทำละหมาดวันละ 5 ครั้ง
ซึ่งก็เกี่ยวกับบทสวดมนต์ทั้งนั้น
และเมื่อสวดมนต์แล้ว ส่วนมากจะนั่งสมาธิต่อกันเลย
เพื่อทำให้จิตนิ่ง และมีสมาธิมากยิ่งขึ้น
....................................................................
เห็นมั้ยล่ะครับ ทุกศาสนามีความต่างกัน แต่ จุดประสงค์โดยรวมคือ
การขัดเกลาจิตใจ ให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ
เพราะฉะนั้น แม้คุณจะอยู่ในศาสนาอะไร ทุกศาสนาต้องการคนดี
เราจึงควรทำความดี เพื่อเป็นการประกาศการนับถือศาสนาของเรา
ส่วนบทความวันเสาร์เยาวชนสร้างสรรค์สัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไรนั้น
ต้องติดตามอีกเช่นเคยครับ


#1 By Dr.Hr.Sc.Nm.Key on 2006-10-28 15:32