หลังจากดองบล็อกนานได้ใจ

และวันอังคารที่ผ่านมาก็กะว่าจะอัพ แต่ก็มีปัญหาซะก่อน

เลยยังไม่ได้อัพมาจนกระทั่ง ณ บัดนี้

น่าเบื่อดีเนาะ = =

...................................................................

ก็ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า

วันพุธที่ 8 ถึงวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน นั้น ผมไปค่ายมา

ค่ายนี้คือ ค่ายธนะรัชต์ ณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายในนั้นมีค่ายย่อยอีก นั่นก็คือ ค่ายมาตุลี ที่พวกเราไปเข้ามา

...................................................................

การเดินทางนั้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

หลายๆคนนั้นออกอาการอาลัยกับกอล์ฟไมค์อยู่

เพราะวันนี้ กอล์ฟไมค์นั้นมาเริงร่าที่โรงเรียน

แต่พวก ม.2 และ ม.3 ต้องออกค่ายเนี่ย น่าเศร้า

...................................................................

การเดินทางของพวกเรา ม.3 เริ่มในเวลา 8 โมง

หลังจากพวกเราขึ้นรถแล้ว อาจารย์ก็มาพูดในเรื่องต่างๆ

และการเดินทางก็เริ่มขึ้นในเวลาต่อมา

มีการเปิดเพลงที่น่าสนใจและน่าฟังมากมาย

จากนั้น ก็เริ่มครึกครื้น เริ่มเต้นกันอย่างสนุกสนานทีเดียว

ก่อนจะมีการจอดให้พักที่วังมะนาว

หลังจากการจอดจบลง ก็มีการเปิดเพลง G-Jr

เพื่อทดแทนการอดชมกอล์ฟไมค์เลย

...................................................................

หลังจากนั้น เกือบๆ เที่ยง เราก็ถึงค่ายธนะรัชต์กัน

ค่ายนี้ใหญ่มากเลยทีเดียว เพราะกว่าจะถึงค่ายย่อยมาตุลีก็นาน

เมื่อถึงแล้ว เราก็ถูกต้อนให้ไปจัดแถว เพื่อเริ่มพิธีเปิดกัน

ค่ายนี้ดีอย่างที่ไม่ต้องจัดเป็นหมู่ แต่ให้จัดตามลำดับมาก่อนมาหลัง

ทำให้ลดเวลาในการรอไปได้เยอะเลยทีเดียว

...................................................................

หลังจากนั้น พวกเราก็ได้ไปทานอาหารเที่ยงกัน

แต่พวกเราก็ได้จิตตกอย่างหนัก เพราะพอเข้าโรงอาหารปุ๊บ

ก็ถูกคุมให้กินอาหารแบบเงียบๆ ต่างจากค่ายอื่นๆ

ต่อมา พวกเราก็ได้ไปที่โรงนอน เพื่อเก็บของและเปลี่ยนชุด

พวกเราได้เจอกับครูปกครอง ซึ่งมีทั้งโหดและใจดี

ก่อนพวกเราจะเดินทางไปฝึกระเบียบแถวเป็นอันดับแรก

...................................................................

สำหรับพวกผมนั้นได้ไปกระโดดหอสูงก่อนเลย

หอกระโดดนั้นสูง 34 ฟุต ซึ่งหากดูอาจจะไม่น่ากลัว

แต่ถ้าโดดจริงๆ ก็ทำให้ขาสั่นได้เหมือนกัน

ซึ่งหลังจากพวกผมกระโดด ก็โล่งใจกันมากเลยทีเดียว

ก่อนจะไปชมการสาธิตการดำรงชีวิตในป่า

เขาก็เล่าๆ เกี่ยวกะพวกผลไม้ บลาๆๆๆๆ

และแล้วก็ถึงเรื่องราวของไก่ตัวนึง นามว่า "เจษฎา"

เจ้าเจษฎานี่ เป็นไก่ที่ครูฝึกแต่งเรื่องมา บอกเลี้ยงมานาน

แต่จริงๆแล้วเพิ่งจับมาเมื่อตะกี้นี่เอง ซึ่งมีการสาธิตหลายอย่าง

กระทั่ง หักคอไก่นี่แหละ ทำเอาพวกผมอึ้งกัน

เพราะพอหักเสร็จ ก็ถลกขนไก่ และไส้ไก่ ซึ่งสยองมากทีเดียว

...................................................................

หลังจากนั้นก็ทานข้าวเย็น ในสภาพเดิมๆ ก่อนเริ่มฝึกกันต่อไป

การฝึกในรอบกลางคืนนั้น โหดกว่าเดิมมากเลยทีเดียว

ก่อนอื่น เริ่มจากการอบรมเชิงศาสนาก่อน

จากนั้น เมื่ออบรมทางศาสนาเสร็จ ก็มีการฝึกด้านการดูแสงต่างๆ

โดยเป็นเครื่องมือทางทหาร ของจริงทุกประการ

ก่อนจะแยกฝึกตามฐานต่างๆ ซึ่งก็โหดดีได้ใจ

เพราะครูฝึกสั่งหมอบ สั่งแทงปลาไหลสารพัด

ก่อนจะเข้านอนและอาบน้ำก่อนเที่ยงคืนหน่อยๆ

...................................................................

ตื่นมาวันที่ 2 ตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง ก่อนจะปล่อยให้พักผ่อนกัน

หลังจากนั้นก็ทานข้าวเช้า และเริ่มฝึกตามฐาน

มีฐานไต่หน้าผาจำลอง ซึ่งสูงและน่ากลัว แต่ไม่ค่อยกล้าเล่น

ต่อมา เป็นฐานข้ามสะพานเชือก และว่าด้วยการบวกเลขติด

คือ ทหารจะให้แทงปลาไหลตั้งแต่ 5 ไปถึง 10 ซึ่งเยอะมาก

ก่อนจะชมเหล่าสตรีข้ามสะพานเชือก และไปฐานเงื่อนต่อไป

เงื่อนนั้นผูกยากดีได้ใจ และเข้าฐานสุดท้ายคือฐานการพราง

เขาให้พรางหน้าโดยใช้ดินจากกรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งหน้าก็ดำกันมาก

ก่อนจะซักซ้อมพิธีการรอบกองไฟในเวลาต่อมา

...................................................................

หลังจากทานข้าวเที่ยง พวกเราได้ไปเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์กัน

สวนสนนี้ ห่างจากค่ายธนรัชต์ประมาณ 15 กิโลเมตร

ก่อนอื่น เขาให้สร้างประติมากรรมจากทรายเป็นอันดับแรก

พวกผมสร้างปราสาทเงือก และผมเป็นคนนำเสนอ

วิธีการนำเสนอ ก็ต่างจากชาวบ้านเขานิดหน่อย ไม่เยอะๆ

ก่อนทหารจะให้ลงไปว่ายน้ำ อย่างสนุกสนาน

โดยเมื่อขึ้นจากฝั่ง ก็ปวดขามากเลยทีเดียว ก่อนจะกลับค่าย

ตอนนี้นี่แหละ ที่เห็นว่าหลายๆคนยังมีอคติกับผู้ป่วยจิตเวชอยู่

เพราะใน ม.3 จะมีคนหนึ่งเป็น Asperger คือโรคบกพร่องทางสมอง

แต่จะฉลาด พูดเก่ง และชอบอยู่ในโลกส่วนตัว

เพราะฉะนั้น หลายๆคนจึงยอมรับไม่ได้ หาทางแกล้งตลอด

ซึ่งผมเป็นคนที่สนใจด้านจิตเวช ก็รู้สึกเศร้าใจมากเลยทีเดียว

...................................................................

กลับมาถึงค่าย ก็อาบน้ำและเตรียมการแสดงละครต่อไป

ซึ่งการแสดงของลูกเสือคือสี่แผ่นดินแบบดัดแปลง

แต่พอพวกเราเตรียมตัวกันแล้ว พวกเราก็เกิดความสยองขึ้นมา

เพราะการแสดงชุดพิเศษนั้น คือ เหล่าๆกระเทยทั้งหลาย

พวกนี้ หลายๆคนเรียกกระทิง เพราะตัวใหญ่กว่ากระเทย

พวกนี้ได้ทำการแต่งตัวอย่างสยอง โดยแต่งตัวเป็นผู้หญิง

พร้อมกับเต้นยั่ว ท่ามกลางสายตาของทหารเกณฑ์ที่วิ่งผ่านไปมา

...................................................................

จากนั้นก็เป็นอาหารเย็น อาหารมื้อนี้ก็สบายๆ เพราะพวกเราได้ฝึกกันมา

ก่อนเริ่มการแสดงรอบกองไฟในเวลาต่อมาอย่างสนุกสนาน

การแสดงชุดแรกนั้นคือแหยมมาตุลี

มีการเปรียบเทียบความรักในเรื่องต่างๆมากมาย

ก่อนชุดที่สอง จะเป็นการเต้นยั่วๆ ของเหล่ากระทิง

ในเพลง เอลนิโญ่ ของทาทายัง

พร้อมกับสายตาทุกลูกที่จ้องมาอย่างน่ากลัวจนขนลุก

ก่อนชุดที่สามจะเป็นละครสี่แผ่นดิน

ซึ่งต้องด้นสดกันอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

...................................................................

ก่อนการแสดงชุดที่สี่จะเริ่ม เรามีการพักครึ่ง

โดยมีการให้เต้นกัน และในเวลานี้นี่แหละ ที่เหล่าชายหญิง

จะมาพบกัน หลังจากแทบไม่ได้เจอกันเลยมานาน

พร้อมกับการพักทานน้ำอย่างปกติ

และมีการประกาศรางวัลประติมากรรมตอนบ่าย

กลุ่มของพวกผมได้ที่ 2 อย่างน่ายินดีทีเดียว

...................................................................

การแสดงชุดที่ 4 เป็นของยุวกาชาด เกี่ยวกับการพอเพียง

โดยการถ่ายทอดผ่านการแข่งขันเต้นที่น่าสนใจ

และชุดสุดท้ายของผู้บำเพ็ญประโยชน์ เกี่ยวกับ Otop

ก่อนจะจบการแสดงด้วยการจุดเทียนและร้องเพลงพร้อมกัน

ซึ่งทำให้ผมประทับใจ และคิดว่าละครห้องก็ควรมีแบบนี้บ้าง

...................................................................

จากนั้น ก็เป็นการเต้นอย่างสนุกสนาน

อาจารย์ที่ปรึกษาพวกผมนั้นก็ได้ลงมาแจมกันด้วย

ก่อนจะประกาศผลรางวัล ซึ่งที่สามคือแหยมของเนตรนารี

ที่สองพอเพียงของยุวกาชาด

และที่หนึ่งคือโอท็อปของผู้บำเพ็ญประโยชน์

ก่อนจะปิดรอบกองไฟ ทานข้าวต้ม และนอน

...................................................................

วันที่สาม ตื่นมาตามเวลาปกติ เปลี่ยนชุดกิจกรรม

จากนั้น ก็ได้รวมพลแล้วนำกระเป๋าขึ้นรถ ก่อนทานข้าวเช้า

หลังทานข้าวเช้า ก็เป็นพิธีการปิดค่าย ก่อนออกจากค่าย

เมื่อออกจากค่าย พวกเราได้แวะวัดธรรมมงคล

ก่อนจะทานข้าวเที่ยงและสนุกกันบนรถในเวลาต่อมา

พวกเราแวะทานข้าวเที่ยงกันที่ร้านชิดชนก พร้อมซื้อของฝาก

จากนั้น ก็มุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพฯ ถึงโรงเรียนประมาณบ่ายโมง

พร้อมความประทับใจที่ไม่รู้ลืม

Comment

Comment:

Tweet

เรา กำลัง จะไป ที่นอน ที่ค่าย เปง ไง หร่อๆ มีกี่ชั้นembarrassed

#57 By เเพร (103.1.167.200) on 2011-10-01 20:01

ไม่มีคัยโพสมั่งเลยหรอทำไมเงียบจังไปไหนกันหมดหาาาembarrassed embarrassed embarrassed

#56 By อ๊อฟ (202.91.18.206) on 2011-09-12 11:29

ชื่ออ๊อฟอายุ23อยากคุยกะพี่ๆทหารคนไหนก้อได้ที่มีจัยเมตตาเจียดเวลามาคุยกะนู๋หน่อยนะ0827067717