Diary

จุฬาฯวิชาการ

posted on 27 Nov 2005 18:55 by webmasterz  in Diary

เมื่อวานกับวันนี้ไปงานจุฬาวิชาการมาอ่ะ เล่นเอาแทบเหงื่อตกเลยแต่ละวัน แต่ก็สนุกมากมายเลยอ่ะ เข้าใจว่าไปกันเยอะเหมือนกันอ่ะ แต่ถ้าเล่ารวมคงไม่ได้ เพราะไอ้กระผมไม่ได้ไปทุกคณะด้วยอ่า เอาไปเป็นวันๆละกันนะ แบบไดอารี่เลยอ่ะ

วันเสาร์ : วันนี้ หลังจากเรียนคอมตอนเที่ยงเสร็จ ก็มายังงานจุฬาวิชาการ ก็ตอนแรกเข้าทางคณะวิทย์อ่ะ สำหรับคณะวิทย์ มีนิทรรศการเยอะมากๆ เกี่ยวกับพวก ชีวและเคมี พร้อมด้วยเทคโนโลยีทั่วไปที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไอ้กระผมไปดูไม่นานหรอก เพราะนัดอาจารย์นิสิตไว้ที่พระบรมรูป 2 รัชกาล และผลหลังจากบึ่งมา10 นาทีจากทางเข้า (รวมดูคณะวิทย์ด้วยนะ) ทำให้เหนื่อยเล็กน้อย แต่ยังบ่ยั่น เดินไปจนถึง เมื่อถึงแล้วก็ได้ไปหาอาจารย์นิสิต สำหรับคนนี้เขาสอนวิทย์ จากนั้นได้เดินชมเต็นท์ของ คณะครุศาสตร์ ที่จัดอยู่ตรงพระบรมรูป 2 รัชกาล โดยมีการนำเสนอผลงานของนักเรียน งานวิจับต่างๆ ที่ทำโดยอาจารย์นิสิต และสื่อประกอบการสอน จากคอมพิวเตอร์ และจากฝีมือของอาจารย์นิสิต นอกจากนี้ ยังมีหมอภาษาไทย ที่เสนอแนะการออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้อง ชัดเจน ต่อมาได้เดินไปยังอาคารบรมราชกุมารี ที่ตั้งของ คณะอักษรศาสตร์ คณะนี้จัดงานบนอาคารบรมราชกุมารีถึง 5 ชั้นเลยทีเดียว สำหรับบรรยากาศโดยรวมนั้น ได้มีการแสดงวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การชงชา การเล่นกู่เจิง เป็นต้น มีการนำเสนอหลักไวยากรณ์ภาษาต่างๆ สภาพภูมิศาสตร์ไทยในอนาคต การแนะแนวการศึกษา และการแข่งขันอีกมากมาย ที่ขาดไม่ได้คืออาหาร โดยได้มีการนำอาหารนานาชาติต่างๆมาขายบริเวณ ลานสี่เสาเทวาลัย โดยผมใช้เวลาอยู่ที่คณะนี้พอสมควร จากนั้นได้กลับไปเอากระเป๋าจากคณะครุศาสตร์ที่จัดบู้ทอยู่ และเดินไปตรงข้ามกับบู้ทคณะครุศาสตร์ โดยได้เข้าบู้ทของ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะนี้มีการจัดบอร์ดให้ความรู้ด้าน EQ พร้อมกับมีการทดสอบ EQ และมีการแนะนำอาหารสำหรับบุคคลประเภทต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้คณะนี้ยังมีบู้ทที่ศาลาพระเกี้ยวอีกด้วย ซึ่งที่นั่นได้เป็นเรื่องการดูแลผู้ป่วย ต่อจากนั้นได้เดินไปยังคณะสัตวแพทยศาสตร์ ตรงข้ามกับบู้ทคณะพยาบาล (อย่างงๆ) สำหรับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มีการนำเสนอ แกะและวัวที่ได้ทำการฝังไมโครชิพ (เหมือนที่จะทำในไก่ชนอ่ะ) การแสดงภาพขยายจากกล้องจุลทรรศน์ของน้ำเชื้อวัว การนำเสนอเชื้อราต่างๆ เช่น ยีสต์ โดยให้ชมผ่านกล้องจุลทรรศน์ (ชมให้ตาแหกไปเลย) โซนต่อมา มีการนำเสนอโรคต่างๆที่น่ากลัว (น่ากลัวจริงๆนะ) มีการแสดงหัวใจของสุนัข ยุงแบบขยาย ต่อมาคือ การจำลองฟาร์มปศุสัตว์ ว่าการเข้านั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และการสุขาภิบาลฟาร์ม ต่อมาไปยัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะนี้มีการนำเสนอพวกเครื่องแต่งบ้าน และศิลปะต่างๆที่น่าสนใจ โดยคณะนี้ได้ไปจัดยังศาลาพระเกี้ยวอีกด้วย โดยเป็นบ้านแห่งอนาคต เป็นโดมกลมๆมี 2 ชั้น และจากนั้น ได้เดินไปยัง คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนี้ก่อนจะเข้าตึก มีการแสดงอันอลังการอยู่ และหลังจากเข้า ได้มีการนำเสนอผลงานอันตื่นตาตื่นใจ น่าสนใจและสวยงามอย่างมาก (อย่าถามนะว่า งานอะไร) ต่อมาได้เดินอย่างเหนื่อย และ ไกล ไปยังอาคาร 21 ชั้น ที่ได้แสดงเหตุการณ์สึนามิ สำหรับอาคาร 21 ชั้น มีการนำเสนอเรื่องของโลก โลกบนบกและโลกใต้น้ำ พร้อมกับภาพเหตุการณ์สึนามิ พร้อมเพลงเศร้าๆของแอ็ด คาราบาว และมีการนำเสนอการพิสูจน์หลักฐานผ่านฟันในเหตุการณ์สึนามิอีกด้วย แต่ก่อนที่จะมาถึงอาคารนี้ ได้แวะไปคณะวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับคณะนี้มีระบบนำทาง มีการนำเสนอข้อมูลทางเทคโนโลยีต่างๆ มีการแข่งขันหุ่นยนต์ นอกจากนี้ ตรงข้ามกับ อาคาร 21 ชั้น ยังมีโครงการพัฒนาซอฟท์แวร์สายพันธุ์ไทย ที่น่าสนใจอีกด้วย จากนั้นเดินมายังศาลาพระเกี้ยว พร้อมกับชมคณะจิตวิทยา ซึ่งคณะนี้ได้มีแบบทดสอบความเครียด นำเสนอบุคลิคของคนแบบต่างๆ นอกจากนี้คณะนี้ยังมีนอกศาลาพระเกี้ยว โดยมีการนำเสนอข้อมูลทางจิตวิทยา และแนะแนวการศึกษาต่อทางคณะนี้ นอกจากนี้ ในศาลายังมีเรื่องของทวีปแอนตาร์กติกา ที่ควรรู้อีกด้วย จากนั้นเดินในศาลาไม่ไกล (ไม่ถึง 10 ก้าว) ได้ชมคณะสหเวชศาสตร์ โดยคณะนี้มีสาขาที่เสนออยู่ที่พระบรมรูป 2 รัชกาลอีกด้วย ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้คณะยังได้มีการตรวจสุขภาพฟรีอีกด้วย จากนั้นเดินกลับมาไม่ใกล้ไม่ไกล 20 ก้าว มายัง คณะทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งคณะนี้มีการตรวจฟันฟรี (ฟรีจริงๆนะ) และเขาวงกตฟัน สำหรับภายในเขาวงกตมีการนำเสนอเรื่องฟัน ปัญหาฟัน การทำรากฟันเทียม เป็นต้น และหลังจากออกจากเขาวงกต จะได้ของฟรีโดยไม่รู้ตัว คือ ยาสีฟัน (ก็เขาแจกนี่) ต่อมาลงจากศาลาพระเกี้ยว (ไม่มีไกล 10 ก้าว ใกล้ 20 ก้าวแล้วนะ) มายังคณะเศรษฐศาสตร์ คณะนี้มีการนำเสนอข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์ทั่วไป (ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ) ต่อมาเดินกลับมา ตรงข้ามกับคณะจิตวิทยาที่มาออกบู้ท มีคณะเภสัชศาสตร์ คณะนี้มีการนำเสนอประเภทยาต่างๆ การสกัดยาจากธรรมชาติ พวก เพรียง ที่มีสารต้านมะเร็ง พร้อมกับการทดลองจับอีกด้วย ต่อมาเป็นขั้นตอนการทำยา การบดยา การสกัดยา และการอัดยาเป็นเม็ด พร้อมอัธยาสัยจากพี่ๆนิสิตที่ออกบู้ทอยู่ และนอกบู้ท มีการขายที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ ยาสมุนไพร ไอติม(ต้องเรียกอย่างงี้ เพราะมันยังไม่ใช่ไอศกรีม) พร้อมด้วยน้ำมะขามจากธรรมชาติ จากนั้นได้นั่งรถป็อบ (รถสีชมพูของจุฬาอ่ะ) มายังสยามเพื่อดูหนัง

วันอาทิตย์ : วันนี้หลังจากเรียนคอมก็มายังคณะแพทยศาสตร์ สาเหตุที่คณะนี้มีสาขาอยู่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมีงานในจุดนี้บางส่วนเพราะ มันจะไม่สมควรหากมีการขนย้ายอาจารย์ในสาขา Gross Anatomy ออกไป สำหรับคณะแพทยศาสตร์ คณะนี้ในมหาวิทยาลัยมีการนำเสนอเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า การทำแผล อาการของผู้ป่วยเป็นโรคนี้ พร้อมกับการแนะนำการศึกษาในภาควิชาต่างๆ ส่วนในโรงพยาบาล (ตึก อ.ป.ร) มีการแนะนำการศึกษาของแพทย์ในแต่ละชั้นปี การนำเสนอโรคลมชัก การวัดสมรรถภาพทางกาย การผ่าสมอง ส่วนชั้น 2 มีการแสดงอาจารย์ในสาขา Gross Anatomy- กายวิภาคศาสตร์ (อาจารย์ใหญ่)ซึ่งท่านเป็นผู้มีพระคุณอย่างมากที่ได้อุทิศร่างกายให้นิสิตแพทย์ศึกษา ซึ่งได้มีการแสดงระบบกระดูก กล้ามเนื้อ ประสาท ระบบอาหาร ระบบการย่อย และมีการแสดง สมอง และหัวใจ อีกด้วย ส่วนด้านตรงข้ามได้มีการสาธิตการเย็บแผล ตัวอย่างทารกดอง เอ็มบริโอ โดยด้านนอกมีนิทรรศการทั่วๆไป จำพวกการแปลงเพศ การวิสัญญี การวินิจฉัยโรคต่างๆ และชั้น 3 นั้น ได้มีการแสดงหนังทางจิตวิทยา การทำศัลยกรรม เพศศึกษา การทำเลสิก การทำสปาต่างๆ และภายนอกอาหารนั้นมีบริการอาหารต่างๆ คอยต้อนรับอีกด้วย จากนั้นผมได้กลับมายังมหาวิทยาลัย ชมนิทรรศการอีกรอบ ก่อนกลับได้ชมส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่ของคณะต่างๆ คือ การพัฒนาหอยเป๋าฮื้อ การพัฒนาการเกษตร รวมถึงเสื้อของจุฬาวิชาการ เสื้อ Silver Nano ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ใส่แล้วจะไม่มีกลิ่นเหงื่อ

งานนี้ จบลงไปได้ด้วยดี สำหรับจุฬาวิชาการครั้งหน้ามีในปี 2551 สำหรับคนที่ไม่ได้ไป คงต้องรออีก 3 ปีเลยทีเดียว ส่วนคนที่ไปครั้งนี้ก็เก็บความทรงจำไว้ครับ และอีก 3 ปีข้างหน้า เราจะทำสยามให้ร้างกันอีกรอบ (อย่างงนะ)