Student-Archive

สวัสดีคร้าบ ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องกัน วันนี้มีเรื่องที่น่ายินดี

เนื่องจากห้องของพวกเราได้ถูกเสนอ (กึ่งบังคับ)

ให้เป็นตัวแทนนักเรียนขึ้นไปเป็นคนชมการถ่ายทอดสดการสัมมนา

เกี่ยวกับ NT ของ สพฐ. ซึ่งถ่ายทอดสดผ่านทาง ITV เมื่อเช้านี้

โดยผมได้เป็นตัวแทนนักเรียนไปถามคำถาม และเมื่อจบจากงาน

ผมก็ได้ไปขอลายเซ็น คุณศศิวรรณ์ เลิศวิริยะประภา ครับ

ซึ่งเป็นนักข่าวที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรในการสัมมนาที่ผ่านมา

ลายเซ็นอาจจะเซ็นในกระดาษ A4 ดูไม่มีค่าในเชิงมูลค่า

แต่ในเชิงจิตใจ เรามีคุณค่ามาก เพราะทำให้เราได้มีประสบการณ์

ไม่น่าเชื่อว่า ห้องของเรา จะได้รับประสบการณ์เช่นนี้ด้วย

จึงต้องขอขอบคุณทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ

.........................................................................................

เนื่องจากวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นสารคดี "เบญจภาคอินเทนซีฟ"

ดังนั้น จึงขอแถลงจุดประสงค์ของการทำสารคดีว่า

เป็นการทำที่มุ่งเน้นถึงมิตรภาพเป็นหลัก ซึ่ง วันสุดท้ายจะเศร้าสุด

ซึ่งเป็นวันจบสารคดี คือ วันศุกร์พอดี

ส่วนสารคดี จะน่าอ่านแค่ไหน เชิญอ่านได้เลยครับ

.........................................................................................

[ ต้นปี 2547]

"อย่าร้องนะ จากกันก็ยังมาเจอกันใหม่ได้"

"จากกันแล้วไง มันก็แค่สิวๆ เท่านั้น"

หลายคำพูดอันแสนซึ้ง เกิดขึ้นในหลายๆ โรงเรียนที่มีแค่ถึง ป.6

เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันมากที่เดียว

ไม่น่าเชื่อ ระดับชั้นประถม 6 ปี จะเป็นอะไรที่ดีขนาดนี้

.........................................................................................

ในอีกส่วนหนึ่งของสังคม มีนักเรียนหลายคนกำลังเคารพธงชาติ

ด้วยความหวังอันริบหรี่ กลัวจะไม่ได้เข้าโรงเรียนศรีอยุธยา

และอีกหลายๆ โรงเรียน กำลังมุ่งหวังเพื่อพัฒนาทักษะวิชาการ

สำหรับการสอบ NT เพราะเป็นปีแรกและปีเดียวที่ใช้ NT เข้า

พร้อมรอผลด้วยใจอันหวั่นไหว

.........................................................................................

กระทั่งช่วงการรับสมัครนักเรียนจับสลากในเขตพื้นที่มาถึง

การรับสมัครเป็นไปอย่างสับสนวุ่นวาย เยอะตามคุณภาพปกติ

จนเมื่อถึงวันจับสลาก พ่อแม่หลายๆคน ต่างกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เพราะพวกท่านเชื่อว่า โรงเรียนนี้จะนำพาอนาคตที่ดีมาให้

แต่แล้ว เมื่อถึงเวลาจับสลาก เมื่อมีคนสมหวัง ย่อมมีคนผิดหวัง

ความผิดหวัง เปรียบเหมือนความมืดมัวที่ปิดบังความสุข

.........................................................................................

"ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย"

เด็กผู้ชายคนหนึ่งเปล่งเสียงร้องเพลงชาติไทยอย่างสุดเสียง

ในวันสอบวันสุดท้าย ของ ป.6

ท่ามกลางเพื่อนๆ หลายๆคน ที่ต่างจับสลากได้ที่ต้องการแล้ว

บางคน ด้วยบ้านใกล้กับสถานศึกษาที่ต้องการ

ทำให้เขาและเธอสามารถเข้าไปได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

แต่สำหรับเด็กผู้ชายคนนี้ เขากังวลเป็นอย่างมาก

เพราะไม่รู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับเขา NT เขาคงออกมาไม่ดี

จะมีทางไหมหนอ ? ที่จะได้เข้าเรียนที่แห่งนี้ ?

........................................................................................

"นี่ ผลสอบ NT ออกแล้วนะ"

คนรอบตัวของนักเรียนระดับชั้น ป. 6 ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

หลายๆคน ดีใจเมื่อเห็นผลสอบ แต่บางคนก็แทบซึมเศร้า

กระทั่งวันและเวลาการรับสมัครมาถึงอีกครั้งหนึ่ง

เด็กชายและเพื่อนๆหลายคน ได้ยื่นผลสอบ NT ให้พิจารณา

พร้อมกับรอผลสอบด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น

หรือ ความหวังอันริบหรี่ของใครบางคน

........................................................................................

ผลสอบออกมา เด็กผู้ชายผู้นั้นได้เข้าโรงเรียนนี้

ด้วยคะแนน NT ที่สูงเป็นอันดับ 8 (139 คะแนน)

พร้อมกับเพื่อนๆ ร่วมชะตากรรมอีกหลายๆคน

ในเวลานี้ สิ่งที่เรียกว่าความสุขได้เข้ามาแทนที่ในทันที

คงไม่ต้องลำบากกลับไปเรียนโรงเรียนเก่าอีกแล้ว

ที่นี่ คงจะทำให้เรามีความสุขกับการเรียนในระดับมัธยม

........................................................................................

ในอีกวันและเวลาหนึ่ง

ความเครียดและความหวังได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกัน

กับหลายๆคนที่จับสลากในส่วนนอกเขตพื้นที่การศึกษา

ซึ่งมีโอกาสติดน้อยกว่าในเขตพื้นที่การศึกษา

ทำไมคนเหล่านี้จึงต้องทำอย่างนี้ ?

........................................................................................

ทุกๆอย่างผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

การรับสมัครและความร้อนระอุในฤดูร้อน ณ ตอนนี้

ก็แปรผันมาเป็นความเย็นที่มาพร้อมละอองฝน

นั่นเป็นสัญญาณว่า กำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในอีกไม่นานนี้แล้ว

........................................................................................

[ปลายเดือนเมษายน 2547]

"จะให้ผมเรียนห้องนี้จริงๆเหรอ" ลูกถาม

"ก็ใช่น่ะสิ อยากให้เก่งภาษาอังกฤษไง" ผู้เป็นพ่อตอบ

"ไม่เอา ผมกลัว ห้องนี้ต้องหยิ่งแน่ๆเลย" ลูกตอบพลางกังวล

"เอาน่า เรียนไปเถอะ" พ่อพูดแกมบังคับ

หลายๆครอบครัวเป็นอย่างนี้ เมื่อมีการถามความสมัครใจ

ในการเรียนห้อง Intensive English Program

ซึ่งเป็นรุ่นบุกเบิกรุ่นแรกในโรงเรียนศรีอยุธยา

........................................................................................

"จ่ายเงินค่าเรียนปรับพื้นฐานตรงนี้เลยค่ะ"

เหล่าอาจารย์ต่างขะมักเขม้นในการเก็บเงินค่าเรียนปรับพื้นฐาน

รวมถึงค่าปฐมนิเทศในวันที่ใกล้จะถึงในอีกไม่นานนี้

กระทั่งการเรียนปรับพื้นฐานในวันเดียวกันมาถึง

เด็กชายผู้หนึ่ง ได้รู้จักเพื่อนกลุ่มแรกในห้องเรียนห้องที่ 6

แต่หารู้ไม่ว่า เพื่อนที่ตนเองสนิทที่ในห้องนั้น

ปัจจุบัน จะกลายเป็นเพื่อนที่สนิทเช่นเดียวกับตอนนี้

และนี่ก็เป็นชะตากรรมเดียวกับเพื่อนร่วมระดับคนอื่นๆ

ที่ต่างไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า

........................................................................................

ระบบเพื่อนเก่าในโรงเรียนก็ยังมีอยู่

หลายๆ โรงเรียน ได้มีการชุมนุมกันในเวลาพักกลางวัน

บางคน ต่างมีความสุขเมื่อได้พบเพื่อนเก่าๆ

แม้เพื่อนเก่าเหล่านี้อาจจะไม่ได้อยู่ในห้องเดียวกันตนก็ตาม

........................................................................................

การเรียนปรับพื้นฐาน เป็นไปอย่างเข้มข้น

แต่ก็ระคนไปด้วยความสงสัยของนักเรียนหลายๆคน

เนื่องจากเนื้อหานั้นยังไม่เคยเรียนมาก่อน

กระทั่งเรียนไปเรื่อยๆ และสอบเลือกห้องในที่สุด

........................................................................................

ในกลางสัปดาห์ของการเรียนปรับพื้นฐาน

นักเรียนจำนวน 108 คน ได้สมัครเข้าโครงการ Intensive

แต่กรอบที่รับได้ มีแค่เพียง 40 คนเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมาก

ดังนั้นการสอบจึงเป็นไปอย่างดุเดือด

........................................................................................

เงินนั้นถือว่าเป็นสมการรองของห้องนี้

หลายๆคนก็นับว่าไม่รวยทีเดียว แต่ก็พยายามเข้าห้องนี้

ดังนั้นการสอบสัมภาษณ์จึงเป็นสมการหลักอันสำคัญที่สุด

ไม่น่าเชื่อว่าการสอบสัมภาษณ์จะทำให้กดดันเช่นนี้

คนจำนวนมาก ต่างคาดหวังที่จะได้มาอยู่ห้องนี้

แต่มีหลายๆคน ที่ไม่คาดหวังสิ่งใดเลย

........................................................................................

[ต้นเดือนพฤษภาคม 2547]

"นี่ๆ ลูกชั้นติดห้องอินเทนซีฟ"

หลายๆครอบครัว ต่างดีใจและภูมิใจในตัวลูก

แต่นักเรียนบางคน ต่างกังวลในเรื่องเพื่อน

เนื่องจากขึ้นชื่อว่า ห้องหรูอย่างนี้ นิสัยก็ต้องติดหรูตามด้วย

กระทั่งเมื่อการมอบตัวผ่านพ้นไปในที่สุด

วันรุ่งขึ้น จึงปฐมนิเทศ

........................................................................................

"ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน สู่รั้วเทาแดงค่ะ"

เสียงของท่านผู้อำนวยการ ประไพศรี วิสัยจร

ผู้อำนวยการสมัยนั้น ได้กล่าวต้อนรับนักเรียน

พร้อมกับแนะนำฝ่ายบริหารต่างๆ ในโรงเรียน

และกฎระเบียบเล็กๆน้อยๆ เพื่อการดำเนินชีวิต

........................................................................................

"เธอมาจากไหน ชื่ออะไร"

นี่เป็นคำถามแรกที่เราถามกัน และแทบทุกคน

คำถามนี้ไม่ใช่คำถามน่าเบื่อ หากแต่เป็นคำถามที่สานมิตรภาพ

หลังจากมื้ออาหารแรกที่เรารับประทานร่วมกันสิ้นสุดลง

ก็มีการทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน

........................................................................................

"เอ้า ดิ่มน้ำร่วมกัน สาบานกัน"

คำพูดของพี่สตาฟ ดังเข้าไปในห้วงความคิดของพวกเรา

เราต้องกลายเป็นเพื่อนกับคนกลุ่มนี้ด้วยเหรอนั่น

นี่คือความคิดของหลายๆคนที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น

กระทั่งแบบทดสอบความสามัคคีชุดแรกมาถึง

แม้อาจจะเป็นการเต้นที่ดูไร้สาระ แต่ก็เต้นพร้อมกันทั้งห้อง

ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว กับมิตรภาพแรกพบ

........................................................................................

[กลางเดือนพฤษภาคม 2547]

"ยินดีต้อนรับนักเรียนเข้าสู่ปีการศึกษา 2547 ค่ะ"

ท่านผู้อำนวยการได้พูดอีกเช่นเคย

กระทั่งฝ่ายบริหารได้ออกมาพูดตาม พร้อมกับให้พบอาจารย์

ณ วันนี้ คงเป็นวันแรกที่เราได้เรียนร่วมกันแล้วสิ

3 ปี จะดีจะร้ายอย่างไรกันหนอ

คงไม่มีอะไรบอกได้ มีแต่เพียงเวลาเท่านั้นที่จะช่วยตอบ

........................................................................................

สารคดีภาคแรกคงจบลงเพียงแค่นี่ครับ

สำหรับพรุ่งนี้ เตรียมพบกับเรื่องราวดีๆ ตอน ม.1

มิตรภาพแรกเริ่ม ความบาดหมางที่เกิดขึ้น

รวมถึงความสนุกจะเป็นอย่างไรนั้น

ต้องติดตามครับ !!!